วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

การสร้าง Content เพื่อนำมาใช้ในการทำการตลาดออนไลน์

บางครั้ง การสร้าง Content เพื่อนำมาใช้ในการทำการตลาดออนไลน์ อาจจะยังไม่มีการ “จัดระเบียบ” ให้ดีพอ ทำให้มีปัญหาในการหยิบคอนเทนท์มาใช้เมื่อเวลาผ่านไป เราลองไปดูกันว่าจะมีการจัดระเบียบและวางระบบ Content อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

    1. วางลำดับก่อนหลัง ส่วนหนึ่งของรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคือการวางลำดับการแสดง Content อย่างเป็นระบบเพื่อดึงความสนใจของผู้ชมให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เช่น เราอาจจะปล่อย Content เพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness) จากนั้นถึงปล่อย Content หลักที่ต้องการจะสื่อหรือให้ข้อมูลครบถ้วน (Information) และปิดท้ายด้วยคอนเทนท์เพื่อย้ำความสำคัญ (Remind)

    การผลิต Cotent จึงควรมองภาพรวมทั้งหมดของแผนการสื่อสารและจัดวางตามลำดับว่า Content ไหนควรที่จะออกมาใช้ก่อน Content ใดมีความสำคัญที่สุดและ Contentใดที่ใช้เป็นเพียงแค่ย้ำเตือน การวางลำดับอย่างเป็นระเบียบแบบแผนจะช่วยย้ำเป้าหมายของการสื่อสารให้กับผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ ความถี่ในการนำเสนอ Content ก็มีความสำคัญเช่นกัน หากนำเสนอถี่ติดเกินไปก็อาจสร้างความน่าเบื่อ และถ้าทิ้งนานเกินไปก็จะทำให้ความน่าสนใจลดลง

   2. จัดการไหลเวียนของ Content บางครั้งด้วยข้อจำกัดของธุรกิจรวมถึงความสามารถของทีมการตลาดออนไลน์ ทำให้ Content ของธุรกิจที่จะนำมาใช้ทำการตลาดมีอยู่จำกัด วิธีการแก้ไขคือ ผลิต Content ให้มีความหลากหลายโดยใช้เนื้อหาหลักเดียวกัน การใช้สื่อที่ต่างกันก็ทำให้การรับรู้ Message แตกต่างกันได้

    3. ผลิตเนื้อหาให้ออกสื่อที่หลากหลาย นอกเหนือจากสื่อประเภท Text แล้ว  Content ที่มียังสามารถนำไปผลิตออกสื่อประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสียง  คลิปวีดีโอ ภาพกราฟฟิค ได้เช่นกัน ซึ่งสื่อแต่ละรูปแบบจะให้การรับรู้สื่อที่แตกต่างกันออกไป และเหมาะสมกับผู้บริโภคที่แตกต่างกัน เช่น บางคนนิยมเสพเฉพาะสื่อรูปภาพแต่ไม่อ่าน Text บางคนชมเฉพาะคลิปวีดีโอ ฯลฯ แม้ว่าเราจะมี Content ที่จำกัด แต่สามารถนำมาใช้สร้างสื่อที่มีความหลากหลายได้เช่นกัน

    4. จัดหมวดหมู่ของ Content บางครั้งเวลาที่เราผลิตเนื้อหาออกไปโดยไม่ได้บันทึกไว้ว่านำไปออกสื่อเมื่อเวลาไหน อาจนำไปสู่ปัญหาการผลิต Content ซ้ำในอนาคตซึ่งไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจ ทางที่ดีควรที่จะจัดระเบียบของ Content เอาไว้ เพื่อให้เวลาที่จะสร้างคอนเทนท์ใหม่ไม่เกิดการซ้ำซ้อน นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางให้ผู้อ่านสามารถติดตามย้อนหลังได้อีกด้วย ผ่านวิธีการอย่าง “บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง”

    อย่างไรก็ตาม Content สำหรับบางธุรกิจอาจจะมีอยู่จำกัด หนทางที่จะสร้างคอนเทนท์ใหม่ๆให้เกิดขึ้นอาจจำเป็นต้องคิดนอกกรอบ จากธุรกิจเดิมๆที่เราทำอยู่ดู ไม่แน่ว่าอาจจะได้ไอเดียใหม่ๆก็เป็นได้

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

รูปแบบ Colocation mail server

Mail Server องค์กรขนาดใหญ่มักทำ Mail Server ในรูปแบบ Colocation mail server Data Backup องค์กรขนาดใหญ่ หรือ แม้แต่องค์กรระดับโลก อาจจะมีความจำเป็นในการ Backup ข้อมูลไว้ยัง Server หลายๆที่ เพื่อลดความเสี่ยง, หาก Data Center ที่ใดที่หนึ่งมีปัญหา โดยเฉพาะ สายการบิน, ธนาคาร เป็นต้น Project ขนาดใหญ่, การใช้งาน Colocation อาจจะถูกใช้งานโดยทีมโปรแกรมเมอร์ที่ต้องการ Run Project ขนาดใหญ่มากๆ เช่น ระบบเว็บไซต์ที่มีคนเข้ามหาศาล ( > 1,000,000 คน/วัน) , ระบบ ERP หรือ CRM โดยต้องการใช้ทรัพยากรของ Server เครื่องเดียวทั้งหมด อย่างเต็มที่ และ ไม่ต้องการไปแบ่งปันกับใคร

Colocation กับ EMail Server

โดยส่วนมากแล้วผู้ที่ใช้บริการ Colocation หรือ เอา Server ทั้งเครื่องไปฝากที่ Data Center มักจะถูกนำมาทำเป็น "Email Server" โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ๆ ที่ไม่ต้องการนำอีเมล์ของตัวเองไปปนกับ Server คนอื่น, เพราะการวาง Colocation วิศวกรขององค์กร สามารถลง OS รวมถึง ระบบ Mail Server ที่ต้องการได้่ และ มีความเป็นความลับของข้อมูลสูงกว่า, เพราะแม้แต่บริษัทที่เป็นผู้ดูแล Data Center ก็ไม่สามารถ Access หรือ เข้าถึง Server ดังกล่าวได้ เพราะ ไม่รู้ Password รวมถึงรายละเอียดของ Software ใน Server

ข้อดีของการทำ Colo Mail Server เอง

เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่มากที่มีพนักงานต้องใช้งาน Email > 1,000 คน ขึ้นไป คุณสามารถปรับแต่ง Software หรือ ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เพราะ Server เป็นของคุณ คุณไม่ต้องมานั่งทำ Data Center เองด่้วยราคาหลายสิบล้านบาท มีคนคอย Mornitor ระบบไฟฟ้า ระบบอินเตอร์เน็ตให้ (ที่เหลือเป็นหน้าที่ของคุณ)

ข้อเสียของการทำ Colocation Email Server

คุณต้องมี พนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ ด้าน Email Server อยู่ในองค์กรจริงๆ เพราะการให้บริการ Colocation นั้นเปรียบเสมือนการเช่าที่ดินวางเครื่อง แต่ที่เหลือทั้งหมดเป็นหน้าที่ของวิศวกรของบริษัทคุณที่ต้อง Remote เข้าไปทำ ต้องมั่นใจว่าองค์กรของคุณเป็นองค์กรขนาดใหญ่จริงๆ ถึงทำ Colo Mail Server เอง คุณต้องซื้อ ทั้ง Software: OS, Mail Server, Antivirus ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก คุณต้องมั่นใจว่าคุณเอาอยู่, ถึงแม้ว่า Datacenter ที่มีมาตรฐานจะไม่มีปัญหา ไฟดับ, ไฟไหม้, เน็ตหลุด "แต่ถ้า Server ติดไวรัส" คุณต้องเป็นผู้เข้าไปลง Software และ ลบมันเอง คุณต้องมีเงินมากพอ เพราะคุณต้อง ซื้อ Server เอง, รวมถึงต้องไปจ่ายรายเดือนให้ Internet Data Center ด้วย